You are currently viewing ดื่ม Americano แล้วอ้วน เพราะ Cortisol จริงไหม?

ดื่ม Americano แล้วอ้วน เพราะ Cortisol จริงไหม?

เช้านี้ร่างกายคุณ “ชงกาแฟ” ให้ตัวเองไปแล้วหนึ่งแก้ว

เคยสังเกตไหมคะ บางเช้าเราตื่นมาแล้วค่อยๆ รู้สึกตัว สมองเริ่มทำงาน ตาเริ่มสว่าง ทั้งที่ยังไม่ได้แตะกาแฟเลยสักหยด นั่นเพราะร่างกายเรามีระบบ “ปลุก” ของตัวเองอยู่แล้ว และพระเอกของเรื่องนี้คือฮอร์โมนชื่อ Cortisol

Cortisol ไม่ได้มีไว้แค่ตอนเครียด

หลายคนรู้จัก Cortisol ในชื่อ “ฮอร์โมนความเครียด” จนเผลอคิดว่ามันเป็นตัวร้าย แต่จริง ๆ แล้ว Cortisol ทำงานเบื้องหลังเราแทบทุกเรื่อง ตั้งแต่ดึงพลังงานมาใช้ ควบคุมความดันเลือด ไปจนถึงดูแลระบบภูมิคุ้มกัน

และมันมีนิสัยน่ารักอย่างหนึ่งคือ ตื่นก่อนเรา

ในช่วงประมาณ 30–45 นาทีหลังตื่น ระดับ Cortisol มักเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ นักวิทยาศาสตร์เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า Cortisol Awakening Response (CAR) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเตรียมระบบต่าง ๆ ของร่างกายให้พร้อมรับวันใหม่ [1]

แล้ว Cortisol ที่เพิ่มขึ้น ทำให้อ้วนไหม?

นี่แหละค่ะ คือคำถามที่หลายคนน่าจะสงสัยที่สุด เพราะเมื่อรู้ว่าคาเฟอีนสามารถกระตุ้น Cortisol ได้ หลายคนอาจคิดต่อทันทีว่า

Cortisol เพิ่มขึ้น→ไขมันสะสมเพิ่มขึ้น?→น้ำหนักเพิ่มขึ้น?

คำตอบคือ ยังสรุปแบบนั้นไม่ได้ค่ะ การที่ Cortisol เพิ่มขึ้นชั่วคราวหลังได้รับคาเฟอีน ไม่ได้หมายความว่าไขมันในร่างกายจะเพิ่มขึ้นตามทันที

หลังดื่มกาแฟแก้วแรกจะเกิดอะไรขึ้นในร่างกาย

คาเฟอีนก็กระตุ้น Cortisol ได้เหมือนกันค่ะ งานวิจัยในชายสุขภาพดี 47 คน ให้คาเฟอีนขนาด 3.3 มก./กก. ซึ่งผู้วิจัยเทียบกับกาแฟประมาณ 2–3 แก้ว พบว่า Cortisol สูงกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอกราว 30% ที่ 60 นาทีหลังรับคาเฟอีน [2]

ฟังดูน่าตกใจ แต่ลองนึกถึงตอนเราวิ่งออกกำลังกาย หัวใจเต้นเร็ว หายใจแรง ตัวร้อน การเปลี่ยนแปลงชั่วคราวเป็นส่วนหนึ่งของการตอบสนองตามปกติของร่างกาย เช่นเดียวกัน ตัวเลข Cortisol ที่เพิ่มขึ้นในการทดลองนี้เพียงอย่างเดียว ยังบอกผลระยะยาวต่อน้ำหนักไม่ได้

ร่างกายเราฉลาดกว่าที่คิด

อีกการศึกษาหนึ่งในผู้ใหญ่ 96 คนพบว่า การดื่มคาเฟอีนเป็นประจำทำให้การตอบสนองของ Cortisol ลดลงบางส่วน โดยเฉพาะการรับคาเฟอีนช่วงเช้า เมื่อเทียบกับช่วงที่งดคาเฟอีน แต่ความเคยชินนี้ไม่สมบูรณ์ และคาเฟอีนช่วงหลังของวันยังอาจกระตุ้น Cortisol ได้ [3]

แต่ละคนตอบสนองต่อคาเฟอีนต่างกัน กาแฟแก้วเดียวกันอาจทำให้เพื่อนเราใจสั่น แต่เรากลับรู้สึกเฉย ๆ ก็ได้ ไม่มีใครผิด ร่างกายแค่ต่างกัน

กาแฟไม่ใช่แค่คาเฟอีน

งานทดลองที่ยกมาข้างต้นให้ คาเฟอีนในปริมาณที่ควบคุมได้ แต่ชีวิตจริงเราดื่ม กาแฟ ซึ่งมีสารประกอบอีกมาก และปริมาณคาเฟอีนในแต่ละแก้วก็ไม่เท่ากัน ขึ้นกับเมล็ด ปริมาณผงกาแฟ วิธีสกัด จำนวนช็อต และขนาดแก้ว [4]

อเมริกาโน่แก้วหนึ่งจึงไม่ใช่ “หน่วยวัดคาเฟอีน” และผลจากห้องทดลองก็แปลตรง ๆ มาเป็นกาแฟในมือเราไม่ได้เสียทีเดียว

ร่างกายเรามีจังหวะของมันเอง กาแฟแค่เข้าไปร่วมวงชั่วคราว สิ่งที่ควรสังเกตคือ ดื่มแล้วสดชื่นไหม ใจสั่นหรือเปล่า และคืนนั้นนอนหลับดีไหม

เรื่องการนอนนี่แหละที่ควรใส่ใจ เพราะคาเฟอีนอยู่ในร่างกายได้หลายชั่วโมง และแต่ละคนกำจัดมันได้เร็วช้าต่างกัน [4] ถ้าแก้วบ่ายทำให้นอนไม่หลับ นั่นเป็นสัญญาณให้ลองปรับเวลาหรือปริมาณที่ดื่ม

กาแฟไม่ต้องเป็นพระเอก Cortisol ก็ไม่ใช่ผู้ร้าย
ทั้งคู่เป็นเพื่อนร่วมทางยามเช้าของเราเท่านั้นเองค่ะ

อ้างอิง

  1. Stalder T, et al. The Cortisol Awakening Response: Regulation and Functional Significance. Endocrine Reviews. 2025;46(1):43–59. อ่านงานวิจัย
  2. Lovallo WR, et al. Stress-like adrenocorticotropin responses to caffeine in young healthy men. Pharmacol Biochem Behav. 1996;55(3):365–369. อ่านงานวิจัย
  3. Lovallo WR, et al. Caffeine stimulation of cortisol secretion across the waking hours in relation to caffeine intake levels. Psychosomatic Medicine. 2005;67(5):734–739. อ่านงานวิจัย
  4. van Dam RM, Hu FB, Willett WC. Coffee, Caffeine, and Health. N Engl J Med. 2020;383:369–378. อ่านบทความ